เทรดทอง
Category

เรียนรู้พื้นฐานของการเทรดทอง

จากข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจและราคาทองคำในปัจจุบันนั้น จะเห็นได้ว่าราคาทองนั้นพุ่งสูงสุดตลอดกาลจนทะลุไปถึงเกือบ “60,000 บาท” เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งทองคำมีการ “เทรดทอง” ซื้อขายเก็งกำไรด้วยเช่นกัน บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านสนใจไปศึกษา “เรียนรู้พื้นฐานของการเทรดทอง” กันครับ

ทองคำคืออะไร ?

  • สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset): ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ภาวะเงินเฟ้อสูง หรือเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง เนื่องจากนักลงทุนมักจะมองว่าทองคำรักษามูลค่าได้ดีกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ
  • สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity): ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับน้ำมันดิบหรือสินค้าเกษตร มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Futures Market) และตลาด Spot (ราคาซื้อขายทันที)
  • หน่วยวัด: โดยทั่วไป ทองคำจะซื้อขายกันเป็น ทรอยออนซ์ (Troy Ounce) ซึ่งมีค่าประมาณ 31.1035 กรัม และความบริสุทธิ์จะวัดเป็น กะรัต (Karat) โดยทองคำบริสุทธิ์คือ 24 กะรัต (99.99%)

การเทรดทองคืออะไร ?

การเทรดทอง ก็คือการ ซื้อขายทองคำ เพื่อเก็งกำไรจาก “ราคาทองที่เปลี่ยนแปลง” นั่นเอง! ไม่ใช่การซื้อทองเก็บเป็นก้อนๆ แบบเดินเข้าร้านทองนะ แต่เป็นการซื้อขายใน ตลาดออนไลน์ เช่น ตลาด Forex, ตลาดฟิวเจอร์ส, หรือตลาด CFD

พื้นฐานของการเทรดทอง

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำ

  • อุปสงค์และอุปทาน: เช่นเดียวกับสินค้าอื่น ๆ ราคาทองคำจะได้รับผลกระทบจากความต้องการซื้อ (อุปสงค์) และปริมาณทองคำที่มีอยู่ในตลาด (อุปทาน)
  • ภาวะเศรษฐกิจโลก: เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนหรือภาวะถดถอยมักจะเพิ่มความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • อัตราเงินเฟ้อ: เมื่อค่าเงินลดลงเนื่องจากเงินเฟ้อ นักลงทุนมักจะหันมาถือครองทองคำเพื่อรักษามูลค่าของเงิน
  • อัตราดอกเบี้ย: โดยทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจทำให้ทองคำมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD): ราคาทองคำมักจะซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นมักจะทำให้ราคาทองคำในสกุลอื่นถูกลง และอาจเพิ่มอุปสงค์
  • เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่สงบทางการเมือง สงคราม หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ มักจะกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ
  • นโยบายของธนาคารกลาง: การดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) มีผลกระทบต่อค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อราคาทองคำ
  • ความต้องการเครื่องประดับและอุตสาหกรรม: ความต้องการทองคำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและอิเล็กทรอนิกส์ก็มีผลต่ออุปสงค์โดยรวม

วิธีการเทรดทองคำ

  • การซื้อขายทองคำแท่งและเหรียญ: เป็นวิธีดั้งเดิมในการลงทุนในทองคำ แต่มีข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บและความคล่องตัวในการซื้อขาย
  • กองทุนรวมทองคำ (Gold Funds): เป็นการลงทุนในทองคำผ่านกองทุนรวม ซึ่งบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures): เป็นการทำสัญญาซื้อขายทองคำในราคาและวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เหมาะสำหรับนักเทรดที่มีความรู้ความเข้าใจในตลาดอนุพันธ์
  • สัญญาซื้อขายส่วนต่างทองคำ (Gold CFDs): เป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่ช่วยให้คุณสามารถเก็งกำไรจากราคาขึ้นหรือลงของทองคำได้โดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง มักมีการใช้ Leverage (อัตราส่วนทางการเงิน) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนด้วย
  • การซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์: โบรกเกอร์ออนไลน์จำนวนมากเสนอการซื้อขายทองคำในรูปแบบ Spot หรือ CFDs ซึ่งสะดวกและเข้าถึงง่าย

คำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้

  • Bid Price: ราคาที่ผู้ซื้อเสนอซื้อทองคำ
  • Ask Price (Offer Price): ราคาที่ผู้ขายเสนอขายทองคำ
  • Spread: ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนในการซื้อขาย
  • Leverage (เลเวอเรจ): เครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมปริมาณการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่คุณมี แต่ก็เพิ่มความเสี่ยง
  • Margin (มาร์จิ้น): เงินทุนขั้นต่ำที่คุณต้องมีในบัญชีเพื่อเปิดสถานะการซื้อขายที่มีเลเวอเรจ
  • Pip (Point in Percentage): หน่วยเล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงราคา
  • Lot: ขนาดมาตรฐานของสัญญาซื้อขาย (ใน CFD มักจะหมายถึง 100 ออนซ์)
  • Bullish: มองว่าราคามีแนวโน้มจะสูงขึ้น
  • Bearish: มองว่าราคามีแนวโน้มจะต่ำลง
  • Stop Loss: คำสั่งให้ปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ขาดทุนถึงระดับที่กำหนด
  • Take Profit: คำสั่งให้ปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ทำกำไรถึงระดับที่กำหนด

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มเทรดทองคำ:

  • ความรู้และความเข้าใจ: ศึกษาพื้นฐานและปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำอย่างละเอียด
  • กลยุทธ์การเทรด: วางแผนกลยุทธ์การเข้าซื้อขาย จุดตัดขาดทุน และจุดทำกำไร
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management): กำหนดขนาดการลงทุนที่เหมาะสม และใช้เครื่องมือ Stop Loss เพื่อจำกัดความเสียหาย
  • การเลือกโบรกเกอร์: เลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม และมีแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ใช้งานง่าย
  • การฝึกฝน: ลองฝึกฝนการเทรดด้วยบัญชีทดลอง (Demo Account) ก่อนที่จะใช้เงินจริง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “เรียนรู้พื้นฐานของการเทรดทอง” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในข้างต้น คิดว่าน่าจะเป็นความรู้ที่ดีนะครับ